Review : OPPO N1 สรรค์สร้างทุกจินตนาการภาพถ่าย ด้วยกล้องปรับหมุน 206 องศา !!
สวัสดีเพื่อนๆชาว
TechXcite ทุกๆคน ในที่สุดวันที่สาวๆทุกคนรอคอยก็มาถึงกันแล้ว วันนี้เราจะมา
รีวิวมือถือ OPPO N1แฟบเล็ตระดับเรือธงหน้าจอใหญ่ถึง
5.9 นิ้ว ความละเอียดจัดเต็ม
FullHD พร้อมกับกล้องความละเอียด
13 ล้านพิกเซล ที่สามารถหมุนปรับได้ถึง
206 องศา และอุปกรณ์เสริมสุดเจ๋ง!! อย่างรีโมทชัตเตอร์
O-Click ที่จะช่วยให้เราแชะรูปได้ง่ายดายและสนุกสนานกับเหล่าบรรดาเพื่อนๆมากยิ่งขึ้น แค่นั้นไม่พอยังมีระบบสัมผัส O-Touch Panelที่อยู่ด้านหลังตัวเครื่องที่ทำให้สามารถใช้งานได้อย่างสะดวกสบายด้วยมือเดียว และที่สำคัญระบบปฏิบัติการ ColorOS จาก OPPO ที่ให้สีสันสวยงามน่าใช้งานเป็นที่สุ๊ด !! ถึงเวลาที่ต้องไปดูกันหน่อยแล้วว่าจะน่าใช้งานขนาดไหนกันน๊า ^_^
ก่อนอื่นต้องบอกเลยว่ามาคราวนี้
OPPO จัดใหญ่มาให้จริงๆ เพราะเจ้า
OPPO N1 ใช้หน้าจอแบบ
IPS LCDขนาด
5.9 นิ้ว แบบว่าใหญ่สะใจ !! กันไปเลย นอกจากหน้าจอใหญ่แล้วเรื่องของความคมชัดก็สำคัญเช่นกัน ดังนั้นก็เลยจัดเต็มมาให้ด้วยความคมชัดระดับ
FullHD 1920x1080 พิกเซล ที่ให้ภาพคมชัด สวยงามสมจริง (ถูกใจมว๊าก ๆ ) ที่สำคัญใช้หน้าจอ
Corning Gorilla Glass 3 ที่ขึ้นชื่อเรื่องความแข็งแรง ทนทาน แถมยังป้องกันรอยขีดขวนได้ดีเยี่ยมอีกด้วย ถ้าจะสุดยอดขนาดนี้ก็เอาไป 3 ผ่านครับ ><
OPPO N1 มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android OS เวอร์ชัน 4.2 Jelly Bean ครอบทับด้วยระบบปฏิบัติการ ColorOS จาก OPPO ที่มีสีสันสวยงาม แถมไปด้วยลูกเล่น ฟีเจอร์ต่างๆมากมาย ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้งานให้กับเราได้เป็นอย่างดี
เรื่องของสเปคก็ต้องบอกว่าไม่ธรรมดาอีกเช่นกัน โดยเจ้า OPPO N1 นั้นใช้หน่วยประมวลผล Quad-Core Snapdragon 600 ความเร็ว 1.7 GHz ให้แรมมา 2GB หน่วยประมวลผลกราฟิกใช้เป็น Adreno 320สำหรับสเปคที่ให้มาขนาดนี้จะเล่นแอพ ฯ เล่นเกม ท่องโลกโซเชียล รับรองได้ว่าใช้งานได้ลื่นไหล ไม่มีสะดุดแน่นอน ส่วนของหน่วยความจำตัวเครื่องนั้นให้มา 16GB น่าเสียดายตรงที่ไม่สามารถเพิ่ม MicroSD Card ได้ แบตเตอรี่ขนาดความจุ 3,610 mAh ถือว่าให้มาเยอะเลยทีเดียว ซึ่งหลังจากที่ทดลองใช้งานมาสักระยะหนึ่ง ก็ต้องยอมรับว่าแบตฯอึดพอสมควรสามารถใช้งานได้ตลอดทั้งวันแบบไม่ต้องชาร์ตให้เสียเวลากันเลยครับ
การดีไซน์นั้นก็ต้องบอกว่าทำออกมาได้ หรูหรา สวยงาม น่าใช้งานไม่น้อย โดยวัสดุที่ใช้เป็นพลาสติกผิวด้านสีขาวตัดขอบด้วยอลูมิเนียมสีเงินที่ทำให้ไม่เกิดลายนิ้วมือเวลาจับถือใช้งาน แต่อาจจะเกิดคราบสกปรกได้ง่ายสักนิดนึงก็คงดูแลรักษาเช็ดถูกันหน่อยหรืออาจแก้ปัญหาด้วยการหาเคส เก๋ๆ มาใส่สักอันก็เป็นวิธีที่ไม่เลวเหมือนกัน โดยรวมแล้วงานประกอบมีความแข็งแรง ทนทานดี ไม่รู้สึกก๊อกแก๊กแต่อย่างใด
ขนาดตัวเครื่องไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไปอยู่ที่ 170.7x82.6x9 มิลลิเมตร น้ำหนัก 213 กรัม ในเรื่องของการพกพาถ้าเป็นผู้หญิงก็คงไม่มีปัญหาเพราะคงใส่กระเป๋ากันอยู่แล้ว ส่วนผู้ชายที่ใส่กระเป๋ากางเกงก็อาจจะรู้สึกว่าใหญ่ไปสักนิดนึง แต่พอพกพาไปสักระยะก็จะรู้สึกชินไปเองครับ
คราวนี้ก็มาดูรูปร่างหน้าตากันหน่อยว่าจะหล่อ สวย ขนาดไหนครับ
ด้านหน้าส่วนบนก็จะเป็นลำโพงสำหรับสนทนา และเมื่อหมุนมาก็จะพบกับกล้องความละเอียด 13 ล้านพิกเซลที่สามารถหมุนปรับได้ 206 องศา พร้อมไฟแฟลช 2 ด้วย พูดง่ายๆว่ากล้องหน้าและกล้องหลังเป็นตัวเดียวกันนั้นเอง ซึ่งรองรับการหมุนได้สูงสุดถึง 1 แสนครั้ง สมมติถ้าเราหมุน 40 ครั้งต่อ 1 วันก็จะหมุนได้ถึง 7 ปีกันเลย ใช้งานได้แบบยาวๆกันเลย OMG !!
ด้านหน้าส่วนล่างเป็นปุ่มแบบทัช 3 ปุ่ม ได้แก่ ปุ่มเมนู, ปุ่มโฮม และปุ่มย้อนกลับ
ด้านหลังก็จะเป็นกล้องตัวเดียวกับด้านหน้าอย่างที่บอกไป ถัดลงมาด้านล่างจะเป็นรูไมโครโฟน และตรงกลางเป็นระบบสัมผัสด้านหลัง O-Touch ที่สามารถควบคุมทิศทาง ขึ้น,ลง,ซ้าย,ขวา หรือจะใช้สำหรับเป็นชัตเตอร์เมื่อเราใช้งานกล้องหน้าก็ได้ด้วย
ด้านซ้ายเป็นช่องใส่ซิมการ์ด แบบ MicroSIM
ด้านขวาเป็น ปุ่มเพิ่ม/ลดเสียง และ ปุ่ม Power
ด้านบนไม่มีอะไร เรียบๆ เก๋ ๆ ดูสวยดีครับ
ด้านล่างจะเป็นไมโครโฟน, ช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร, ช่อง MicroUSB สำหรับชาร์ตแบตฯ และลำโพง
มาพูดถึงเรื่องกล้องที่นับได้ว่าเป็นจุดเด่นของเจ้า OPPO N1 เครื่องนี้เลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะกล้องหน้าที่มีฟังก์ชั่น ฟังก์ชัน Beauty Plus เวอร์ชั่น 3.0 + ฟังก์ชัน Cosmetic ที่สาวๆทุกคนคงรู้จักมักคุ้นกันดีอยู่แล้ว ในเรื่องของความงาม ที่ทั้งสวย เป๊ะ ขาว เนียนเวอร์ และในคราวนี้ผสานการทำงานคู่กับกล้องความละเอียด 13 ล้านพิกเซลด้วยแล้วละก็ไม่อยากจะจินตนาการกันเลยทีเดียว การจะใช้งานกล้องหน้าก็เพียงหมุนกล้องมาด้านหน้าเท่านั้นก็จะเข้าสู่โหมดกล้องหน้าโดยอัตโนมัติ อำนวยความสะดวกสำหรับคนชอบแชะกันแบบสุดๆไปเลย
ภาพจากกล้องหน้า (กล้องเดียวกันกับกล้อง แต่สามารถใช้ ฟังก์ชัน Beauty Plus ปรับแต่งเพิ่มได้)
ปรับแต่งด้วยฟังก์ชัน Beauty Plus เวอร์ชั่น 3.0 + ฟังก์ชัน Cosmetic เพิ่มความงามกันหน่อย >///<
ในส่วนของกล้องหลังนั้นก็มีโหมดให้เลือกถ่ายอยู่หลายโหมดด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นถ่ายแบบ Auto, Smart scene, Portrait, Landscape, Sport, Night, พาโนรามา, HDR และ Slow Shutter
นอกจากนั้นยังมีความพิเศษอีกอย่างอยู่ที่ไฟแฟลช 2 ดวงของเจ้า OPPO N1 ที่มีทั้งไฟแฟลชสีขาวและสีส้ม โดยแบ่งหน้าที่การทำงานกันได้อย่างลงตัว ในกรณีที่เป็นการถ่ายภาพทั่วไปที่มีแสงน้อยเหลือในเวลากลางคืนกล้องก็จะทำการยิงไฟแฟลชสีขาวออกมา แต่ถ้าเป็นการถ่ายภาพบุคคลกล้องจะทำการยิงไฟแฟลชสีส้มออกมาเพื่อให้ได้ภาพที่ดูสวยงามตามแต่สถานะการในการถ่ายภาพนั้นๆ ก็นับว่าเป็นอีกจุดหนึ่งที่ OPPO N1 ทำได้ดีไม่มีที่ติจริงๆครับ
สำหรับการถ่ายภาพของกล้องที่หมุนได้ถึง 206 องศา ที่ทำให้มุมมองในการถ่ายภาพนั้นกว้างมากขึ้นจริง ๆ ซึ่งในบางมุมที่กล้องทั่วไปไม่สามารถถ่ายได้แต่เจ้า OPPO N1 ก็สามารถถ่ายออกมาได้สบายๆ หรือบางมุมที่จำเป็นต้องก้มลงไปถ่ายเพื่อที่จะได้ภาพที่สวยงามถูกใจเราในบางครั้งก็ช่างยากลำบากซะเหลือเกิน แต่ถ้าเป็นกล้องที่หมุนปรับได้ของOPPO N1 ก็หมดปัญหาเรื่องนั้นไปเลยครับ
ภาพจากกล้องหลังโหมด Auto
ภาพจากกล้องหลังโหมด HDR
ภาพจากกล้องหลังโหมด Slow Shutter
อย่างที่บอกกันไว้ในตอนต้นว่าเจ้า
OPPO N1 นั้นมีอุปกรณ์เสริมสุดพิเศษอย่างรีโมทชัตเตอร์
O-Click ที่ใช้การเชื่อมต่อผ่านสัญญาณ
Bluetooth ไว้สำหรับช่วยในการถ่ายภาพของเราได้ไกลถึง
5-8 เมตร หรือไว้สำหรับเรียกหา
OPPO N1 ในกรณีที่ลืมวางไว้แล้วหาไม่เจอ ครอบคลุมระยะสูงสุดถึง
15 เมตร ซึ่งเมื่อออกจากระยะที่กำหนดไว้ก็จะมีเสียงแจ้งเตือนให้รู้ว่าออกห่างเกินระยะแล้วอีกด้วย
มาดู User Interface อย่าง ColorOS ที่เรื่องของสีสันความสวยงามต้องยกให้เขาไปเลยจริง ๆ
โดยเราสามารถปรับแต่งหน้า
Home Screen ได้ตามใจชอบทั้งการเพิ่ม
App, Widgets เปลี่ยน
Wallpaper, Effect ที่สำคัญมี
Themes สวยๆให้เลือกใช้งานกันเยอะแยะมากมาย
นอกจากนั้นยังมีหน้า
Launcher สำหรับถ่ายรูป ซึ่งสามารถกดถ่ายจากหน้านี้ได้ทันทีเลย นอกจากจะสวกแล้วยังช่วยพึ่งความเก๋ไก๋ ให้กับหน้า Home Screen ของเราอีกด้วย เพราะรูปจะถูกจัดเรียงลงมาอย่างเป็นระเบียบสวยงาม หรือใครที่ชอบแชร์ก็สามารถทำได้จากหน้านี้เลยเช่นกันครับ
หน้า
Launcher เครื่องเล่นเพลง
ที่ออกแบบเป็นแผ่นเสียงแบบโบราณ ดูให้แล้วอารมณ์ที่คลาสสิคมิใช่น้อย ถ้าต้องการเล่นเพลงก็พียงแค่เลื่อนเข็มไปที่แผ่นเพลงหรือถ้าเกิดจะเปลี่ยนเพลงก็เพลงดึงแผ่นเพลงคงมาเท่านั้นเอง
นอกจากนั้นเรายังสามารถใช้ 2 นิ้ว เลื่อนขึ้น-ลงหน้าจอ สำหรับการ เพิ่ม/ลด เสียง, ใช้ 3 นิ้ว เลื่อนลงจากขอบหน้าจอเพื่อ แคปหน้าจอ และใช้ 4 นิ้ว ขยุมหน้าจอ เพื่อปิดโหมดกล้องได้แบบ เก๋ ๆ กันเลย
นอกจากนี้แล้วยังมีฟีเจอร์เด็ดน่าสนใจที่มาพร้อมกับเจ้า OPPO N1 อีกหนึ่งตัวคือ Black Screen Gesture ที่เราสามารถเคาะหน้าจอ 2 ครั้งเพื่อ เปิด/ปิด หน้าจอ และยังสามารถวาดนิ้ว O เพื่อเข้าสู่โหมดกล้อง หรือ วาดนิ้วV เพื่อเข้าสู่โหมดไฟฉาย ในขณะที่ปิดหน้าจออยู่ได้อีกด้วย ถ้าใครต้องการจะต้องการจะวาดนิ้วในลักษณะอื่นการสามารถเข้าไปตั้งค่าเพิ่มเติมกันได้นะครับ ^_^
สำหรับการเล่นก็หายห่วง หมดกังวล ไร้ปัญหาใดๆทั้งสิ้น เพราะหลังจากที่ได้ลองทดสอบเล่นเกม GT Racing 2และ Dungeon Hunter 4 ขอบอกว่าลื่นไหล ไม่มีอาการสะดุดให้เห็น รัยรองว่าเพื่อนๆจะต้องเพลินไปกับ เจ้าOPPO N1 จนวางไม่ลงอย่างแน่นอนครับ
การดูหนัง วีดีโอ ก็ให้ภาพที่คมชัด สวยงามเต็มตาดี เพราะด้วยหน้าจอขนาด 5.9 นิ้ว ความละเอียดระดับ FullHDซะอย่างเรื่องนี้ก็หายห่วงได้อีกเช่นเคยจ๊ะ !!
มาปิดท้ายกันด้วยการทดสอบประสิทธิภาพความแรงของเจ้า OPPO N1 ที่หลังจากทดสอบด้วยแอพฯ Antutu Benchmark ผลคะแนนอยู่ที่ 26,381 คะแนน นับว่าทำได้ไม่เลวเลยทีเดียว พูดง่ายๆ สั้น ๆ (แร๊ง) ><
สรุป
OPPO N1 นับว่าเป็นแฟบเล็ตอีกหนึ่งตัวที่มาพร้อมกับ ลูกเล่น ฟีเจอร์ ที่หลากหลายให้เราสามารถเลือกใช้งานกันได้ตามใจชอบ ที่สำคัญกว่านั้นคือกล้องที่สามารถปรับหมุนได้สูงถึง 206 องศา ช่วยเพิ่มมุมมองการถ่ายภาพที่กว้างมากขึ้น โดยเฉพาะการถ่ายภาพด้วยกล้องหน้าที่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามไม่เป็นสองรองใครอยู่แล้ว เชื่อว่าตอนนี้OPPO N1 ต้องเข้าไปนั่งอยู่ในใจสาวๆหลายคนแล้วอย่างแน่นอน ส่วนเรื่องของสเปคหรือประสิทธิภาพของเครื่องก็อยู่ในเกณฑ์ดี พูดง่ายๆว่าเป็นแฟบเล็ตที่ครบเครื่องไม่ต้องปรุงอะไรเพิ่มกันแล้ว ส่วนราคามือถือเจ้าตัวนี้อยู่ที่ 19,990 บาท รับรองว่าคุ้มค่า คุ้มราคาอย่างแน่นอน (ฟันธง >///<)
จุดเด่น
- กล้องสามารถหมุนปรับได้ 206 องศา
- กล้องความละเอียด 13 ล้านพิกเซล ที่สามารถเป็นได้ทั้งกล้องหน้าและหลัง
- ไฟแฟลชสองดวง
- หน้าจอความละเอียด FullHD
- มีฟีเจอร์ ลูกเล่น ให้เลือกใช้งานหลากหลาย
- มีอุปกรณ์เสริมอย่างรีโมทชัตเตอร์ O-Click ที่ช่วยให้การทำงานเต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ข้อสังเกต
- ไม่สามารถเพิ่ม MicroSD Card ได้
- ไม่รองรับ 4G LTE