วันจันทร์ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2557

WP8 : จับ Nokia Lumia 1020 มาถ่ายรูปใกล้ๆด้วยเซ็นเซอร์ 41 ล้านพิกเซลกันเถอะ

วันนี้ไม่มีอะไรทำ ออกไปเที่ยวข้างนอกเพลินๆ พกเอาเจ้า Nokia Lumia 1020 ออกไปด้วย เผื่อจะได้ถ่ายรูปสวยๆเอามาฝากกัน ต้องบอกว่า Nokia Lumia 1020 นั้นมาพร้อมกับเซ็นเซอร์ความละเอียดสูงถึง 41 ล้านพิกเซล ถ่ายกันทีได้ไฟล์ใหญ่โตเอามาใช้งานได้เยอะ แต่นิดนึงว่าตัวเลข 41 ล้านพิกเซลนั้นเป็นตัวเลขสเป็คของเซ็นเซอร์ โดยตัวกล้องจะสามารถเก็บภาพได้สูงสุดที่ 38 ล้านพิกเซล เวลาเอาไปถ่ายรูปสามารถที่จะเอามาครอปภาพได้ง่าย เห็นภาพชัดเจน แถมลูกเล่นเทพๆเวลาถ่ายรูปก็เยอะเสียเหลือเกิน
รีวิวกล้องที่ถ่ายภาพโดยใช้ Nokia Lumia 1020 ค่อนข้างคมชัด นำเอามาตัดส่วนที่ไม่ต้องการออก ทำภาพเก๋ๆก็ยังได้คุณภาพที่ดีอยู่ ไม่ต้องกังวลเรื่องที่ว่าถ่ายมาแล้วได้ไฟล์เล็ก จะเอาไปครอปอะไรก็ยาก เพราะครอปออกมาแล้วภาพแตก
เวลาเจออะไรแปลกๆน่าสนใจ แต่เข้าใกล้ไม่ได้ อย่างเช่นอยากจะถ่ายภาพนกกับเค้าบ้าง แต่เข้าใกล้แล้วมันก็บินหนี ก็เลยได้แต่ถ่ายไกลๆแล้วเอาภาพมาครอปอีกทีครับ ใครจะเอาวิธีการนี้ไปใช้ก็ได้ เช่นไปถ่ายคอนเสิร์ต แล้วเห็นนักร้องตัวเล็กๆ อยากจะเห็นชัดๆก็นำภาพจาก Nokia Lumia 1020 ตัวนี้มาครอปก็เหมือนกับว่าได้ภาพยังกับถ่ายด้วยเลนส์ซูมยังไงยังงั้น
เห็นวิวสวยเราก็เลยหยิบเอาสีมานั่งวาดรูป แต่ก่อนกลับบ้านปรากฏว่าสีหายไปแท่งนึง หาไม่เจอ เพราะแถวนั้นเป็นพุ่มไม้ ไม่รู้ว่าตกหายไปแถวนั้นหรือเปล่า ว่าแล้วก็ได้ไอเดีย หยิบ Nokia Lumia 1020 มาถ่ายรูปเลยละกัน
ถามว่าถ่ายมาทำไม ถ่ายมาดูรายละเอียด ซูมเข้าไปในทุกตารางนิ้วที่คาดว่าจะเจอของหายครับ 555+ และแล้วก็ปรากฏภาพลางๆขึ้นมา เห็นกันหรือยังครับว่าสีของผมหายไปอยู่ตรงไหน
และแล้วเราก็เจอจนได้ ด้วยพลังซูมจากเซ็นเซอร์ที่ให้ความละเอียดสูงและคมชัด ทำให้หาตำแหน่งของสีที่หายไปเจอ ที่เอามาให้ดูนี่ไม่ใช่ว่าจะให้ใช้ Nokia Lumia 1020 ช่วยหาของนะ แต่จะบอกว่าประสิทธิภาพของเซ็นเซอร์และเลนส์นั้นมีสมรรถนะสูง สามารถถ่ายภาพได้สวยคมชัด แถมยังใช้ประโยชน์จากไฟล์ใหญ่ๆแบบนี้เวลาต้องการครอปหรือซูมภาพได้นั่นเอง
เป็นอย่างไรกันบ้างกับประสิทธิภาพของกล้องจากสมาร์ทโฟน Nokia Lumia 1020 ทั้งใช้ง่าย ให้ภาพสวยงาม ลูกเล่นเยอะ เซ็นเซอร์ความละเอียดสูงก็มาพร้อมกับไฟล์ที่เอามาปรับใช้งานได้หลากหลายยืดหยุ่น บวกกับคุณภาพเลนส์ระดับ Zeiss แล้ว ไม่ว่าสถานการณ์ไหนๆก็เอาอยู่!!
บทความโดย : น้าป๋วย TechXcite

วันอาทิตย์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2557

Review : OPPO N1 สรรค์สร้างทุกจินตนาการภาพถ่าย ด้วยกล้องปรับหมุน 206 องศา !!

Review : OPPO N1 สรรค์สร้างทุกจินตนาการภาพถ่าย ด้วยกล้องปรับหมุน 206 องศา !!
สวัสดีเพื่อนๆชาว TechXcite ทุกๆคน ในที่สุดวันที่สาวๆทุกคนรอคอยก็มาถึงกันแล้ว วันนี้เราจะมารีวิวมือถือ OPPO N1แฟบเล็ตระดับเรือธงหน้าจอใหญ่ถึง 5.9 นิ้ว ความละเอียดจัดเต็ม FullHD พร้อมกับกล้องความละเอียด 13 ล้านพิกเซล ที่สามารถหมุนปรับได้ถึง 206 องศา และอุปกรณ์เสริมสุดเจ๋ง!! อย่างรีโมทชัตเตอร์ O-Click ที่จะช่วยให้เราแชะรูปได้ง่ายดายและสนุกสนานกับเหล่าบรรดาเพื่อนๆมากยิ่งขึ้น แค่นั้นไม่พอยังมีระบบสัมผัส O-Touch Panelที่อยู่ด้านหลังตัวเครื่องที่ทำให้สามารถใช้งานได้อย่างสะดวกสบายด้วยมือเดียว และที่สำคัญระบบปฏิบัติการ ColorOS จาก OPPO ที่ให้สีสันสวยงามน่าใช้งานเป็นที่สุ๊ด !! ถึงเวลาที่ต้องไปดูกันหน่อยแล้วว่าจะน่าใช้งานขนาดไหนกันน๊า ^_^

ก่อนอื่นต้องบอกเลยว่ามาคราวนี้ OPPO จัดใหญ่มาให้จริงๆ เพราะเจ้า OPPO N1 ใช้หน้าจอแบบ IPS LCDขนาด 5.9 นิ้ว แบบว่าใหญ่สะใจ !! กันไปเลย นอกจากหน้าจอใหญ่แล้วเรื่องของความคมชัดก็สำคัญเช่นกัน ดังนั้นก็เลยจัดเต็มมาให้ด้วยความคมชัดระดับ FullHD 1920x1080 พิกเซล ที่ให้ภาพคมชัด สวยงามสมจริง (ถูกใจมว๊าก ๆ ) ที่สำคัญใช้หน้าจอ Corning Gorilla Glass 3 ที่ขึ้นชื่อเรื่องความแข็งแรง ทนทาน แถมยังป้องกันรอยขีดขวนได้ดีเยี่ยมอีกด้วย ถ้าจะสุดยอดขนาดนี้ก็เอาไป 3 ผ่านครับ ><


OPPO N1 มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android OS เวอร์ชัน 4.2 Jelly Bean ครอบทับด้วยระบบปฏิบัติการ ColorOS จาก OPPO ที่มีสีสันสวยงาม แถมไปด้วยลูกเล่น ฟีเจอร์ต่างๆมากมาย ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้งานให้กับเราได้เป็นอย่างดี

เรื่องของสเปคก็ต้องบอกว่าไม่ธรรมดาอีกเช่นกัน โดยเจ้า OPPO N1 นั้นใช้หน่วยประมวลผล Quad-Core Snapdragon 600 ความเร็ว 1.7 GHz ให้แรมมา 2GB หน่วยประมวลผลกราฟิกใช้เป็น Adreno 320สำหรับสเปคที่ให้มาขนาดนี้จะเล่นแอพ ฯ เล่นเกม ท่องโลกโซเชียล รับรองได้ว่าใช้งานได้ลื่นไหล ไม่มีสะดุดแน่นอน ส่วนของหน่วยความจำตัวเครื่องนั้นให้มา 16GB น่าเสียดายตรงที่ไม่สามารถเพิ่ม MicroSD Card ได้ แบตเตอรี่ขนาดความจุ 3,610 mAh ถือว่าให้มาเยอะเลยทีเดียว ซึ่งหลังจากที่ทดลองใช้งานมาสักระยะหนึ่ง ก็ต้องยอมรับว่าแบตฯอึดพอสมควรสามารถใช้งานได้ตลอดทั้งวันแบบไม่ต้องชาร์ตให้เสียเวลากันเลยครับ

การดีไซน์นั้นก็ต้องบอกว่าทำออกมาได้ หรูหรา สวยงาม น่าใช้งานไม่น้อย โดยวัสดุที่ใช้เป็นพลาสติกผิวด้านสีขาวตัดขอบด้วยอลูมิเนียมสีเงินที่ทำให้ไม่เกิดลายนิ้วมือเวลาจับถือใช้งาน แต่อาจจะเกิดคราบสกปรกได้ง่ายสักนิดนึงก็คงดูแลรักษาเช็ดถูกันหน่อยหรืออาจแก้ปัญหาด้วยการหาเคส เก๋ๆ มาใส่สักอันก็เป็นวิธีที่ไม่เลวเหมือนกัน โดยรวมแล้วงานประกอบมีความแข็งแรง ทนทานดี ไม่รู้สึกก๊อกแก๊กแต่อย่างใด


ขนาดตัวเครื่องไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไปอยู่ที่ 170.7x82.6x9 มิลลิเมตร น้ำหนัก 213 กรัม ในเรื่องของการพกพาถ้าเป็นผู้หญิงก็คงไม่มีปัญหาเพราะคงใส่กระเป๋ากันอยู่แล้ว ส่วนผู้ชายที่ใส่กระเป๋ากางเกงก็อาจจะรู้สึกว่าใหญ่ไปสักนิดนึง แต่พอพกพาไปสักระยะก็จะรู้สึกชินไปเองครับ
คราวนี้ก็มาดูรูปร่างหน้าตากันหน่อยว่าจะหล่อ สวย ขนาดไหนครับ


ด้านหน้าส่วนบนก็จะเป็นลำโพงสำหรับสนทนา และเมื่อหมุนมาก็จะพบกับกล้องความละเอียด 13 ล้านพิกเซลที่สามารถหมุนปรับได้ 206 องศา พร้อมไฟแฟลช 2 ด้วย พูดง่ายๆว่ากล้องหน้าและกล้องหลังเป็นตัวเดียวกันนั้นเอง ซึ่งรองรับการหมุนได้สูงสุดถึง 1 แสนครั้ง สมมติถ้าเราหมุน 40 ครั้งต่อ 1 วันก็จะหมุนได้ถึง 7 ปีกันเลย ใช้งานได้แบบยาวๆกันเลย OMG !!


ด้านหน้าส่วนล่างเป็นปุ่มแบบทัช 3 ปุ่ม ได้แก่ ปุ่มเมนู, ปุ่มโฮม และปุ่มย้อนกลับ

ด้านหลังก็จะเป็นกล้องตัวเดียวกับด้านหน้าอย่างที่บอกไป ถัดลงมาด้านล่างจะเป็นรูไมโครโฟน และตรงกลางเป็นระบบสัมผัสด้านหลัง O-Touch ที่สามารถควบคุมทิศทาง ขึ้น,ลง,ซ้าย,ขวา หรือจะใช้สำหรับเป็นชัตเตอร์เมื่อเราใช้งานกล้องหน้าก็ได้ด้วย 

ด้านซ้ายเป็นช่องใส่ซิมการ์ด แบบ MicroSIM

ด้านขวาเป็น ปุ่มเพิ่ม/ลดเสียง และ ปุ่ม Power 


ด้านบนไม่มีอะไร เรียบๆ เก๋ ๆ ดูสวยดีครับ


ด้านล่างจะเป็นไมโครโฟน, ช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร, ช่อง MicroUSB สำหรับชาร์ตแบตฯ และลำโพง


มาพูดถึงเรื่องกล้องที่นับได้ว่าเป็นจุดเด่นของเจ้า OPPO N1 เครื่องนี้เลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะกล้องหน้าที่มีฟังก์ชั่น ฟังก์ชัน Beauty Plus เวอร์ชั่น 3.0 + ฟังก์ชัน Cosmetic ที่สาวๆทุกคนคงรู้จักมักคุ้นกันดีอยู่แล้ว ในเรื่องของความงาม ที่ทั้งสวย เป๊ะ ขาว เนียนเวอร์ และในคราวนี้ผสานการทำงานคู่กับกล้องความละเอียด 13 ล้านพิกเซลด้วยแล้วละก็ไม่อยากจะจินตนาการกันเลยทีเดียว การจะใช้งานกล้องหน้าก็เพียงหมุนกล้องมาด้านหน้าเท่านั้นก็จะเข้าสู่โหมดกล้องหน้าโดยอัตโนมัติ อำนวยความสะดวกสำหรับคนชอบแชะกันแบบสุดๆไปเลย


ภาพจากกล้องหน้า (กล้องเดียวกันกับกล้อง แต่สามารถใช้ ฟังก์ชัน Beauty Plus ปรับแต่งเพิ่มได้)


ปรับแต่งด้วยฟังก์ชัน Beauty Plus เวอร์ชั่น 3.0 + ฟังก์ชัน Cosmetic เพิ่มความงามกันหน่อย >///<

ในส่วนของกล้องหลังนั้นก็มีโหมดให้เลือกถ่ายอยู่หลายโหมดด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นถ่ายแบบ Auto, Smart scene, Portrait, Landscape, Sport, Night, พาโนรามา, HDR และ Slow Shutter
นอกจากนั้นยังมีความพิเศษอีกอย่างอยู่ที่ไฟแฟลช 2 ดวงของเจ้า OPPO N1 ที่มีทั้งไฟแฟลชสีขาวและสีส้ม โดยแบ่งหน้าที่การทำงานกันได้อย่างลงตัว ในกรณีที่เป็นการถ่ายภาพทั่วไปที่มีแสงน้อยเหลือในเวลากลางคืนกล้องก็จะทำการยิงไฟแฟลชสีขาวออกมา แต่ถ้าเป็นการถ่ายภาพบุคคลกล้องจะทำการยิงไฟแฟลชสีส้มออกมาเพื่อให้ได้ภาพที่ดูสวยงามตามแต่สถานะการในการถ่ายภาพนั้นๆ ก็นับว่าเป็นอีกจุดหนึ่งที่ OPPO N1 ทำได้ดีไม่มีที่ติจริงๆครับ
สำหรับการถ่ายภาพของกล้องที่หมุนได้ถึง 206 องศา ที่ทำให้มุมมองในการถ่ายภาพนั้นกว้างมากขึ้นจริง ๆ ซึ่งในบางมุมที่กล้องทั่วไปไม่สามารถถ่ายได้แต่เจ้า OPPO N1 ก็สามารถถ่ายออกมาได้สบายๆ หรือบางมุมที่จำเป็นต้องก้มลงไปถ่ายเพื่อที่จะได้ภาพที่สวยงามถูกใจเราในบางครั้งก็ช่างยากลำบากซะเหลือเกิน แต่ถ้าเป็นกล้องที่หมุนปรับได้ของOPPO N1 ก็หมดปัญหาเรื่องนั้นไปเลยครับ

ภาพจากกล้องหลังโหมด Auto


ภาพจากกล้องหลังโหมด HDR


ภาพจากกล้องหลังโหมด Slow Shutter


อย่างที่บอกกันไว้ในตอนต้นว่าเจ้า OPPO N1 นั้นมีอุปกรณ์เสริมสุดพิเศษอย่างรีโมทชัตเตอร์ O-Click ที่ใช้การเชื่อมต่อผ่านสัญญาณ Bluetooth ไว้สำหรับช่วยในการถ่ายภาพของเราได้ไกลถึง 5-8 เมตร หรือไว้สำหรับเรียกหา OPPO N1 ในกรณีที่ลืมวางไว้แล้วหาไม่เจอ ครอบคลุมระยะสูงสุดถึง 15 เมตร ซึ่งเมื่อออกจากระยะที่กำหนดไว้ก็จะมีเสียงแจ้งเตือนให้รู้ว่าออกห่างเกินระยะแล้วอีกด้วย
มาดู User Interface อย่าง ColorOS ที่เรื่องของสีสันความสวยงามต้องยกให้เขาไปเลยจริง ๆ 

โดยเราสามารถปรับแต่งหน้า Home Screen ได้ตามใจชอบทั้งการเพิ่ม App, Widgets เปลี่ยนWallpaper, Effect ที่สำคัญมี Themes สวยๆให้เลือกใช้งานกันเยอะแยะมากมาย


นอกจากนั้นยังมีหน้า Launcher สำหรับถ่ายรูป ซึ่งสามารถกดถ่ายจากหน้านี้ได้ทันทีเลย นอกจากจะสวกแล้วยังช่วยพึ่งความเก๋ไก๋ ให้กับหน้า Home Screen ของเราอีกด้วย เพราะรูปจะถูกจัดเรียงลงมาอย่างเป็นระเบียบสวยงาม หรือใครที่ชอบแชร์ก็สามารถทำได้จากหน้านี้เลยเช่นกันครับ


หน้า Launcher เครื่องเล่นเพลงที่ออกแบบเป็นแผ่นเสียงแบบโบราณ ดูให้แล้วอารมณ์ที่คลาสสิคมิใช่น้อย ถ้าต้องการเล่นเพลงก็พียงแค่เลื่อนเข็มไปที่แผ่นเพลงหรือถ้าเกิดจะเปลี่ยนเพลงก็เพลงดึงแผ่นเพลงคงมาเท่านั้นเอง

นอกจากนั้นเรายังสามารถใช้ 2 นิ้ว เลื่อนขึ้น-ลงหน้าจอ สำหรับการ เพิ่ม/ลด เสียง, ใช้ 3 นิ้ว เลื่อนลงจากขอบหน้าจอเพื่อ แคปหน้าจอ และใช้ 4 นิ้ว ขยุมหน้าจอ เพื่อปิดโหมดกล้องได้แบบ เก๋ ๆ กันเลย


นอกจากนี้แล้วยังมีฟีเจอร์เด็ดน่าสนใจที่มาพร้อมกับเจ้า OPPO N1 อีกหนึ่งตัวคือ Black Screen Gesture ที่เราสามารถเคาะหน้าจอ 2 ครั้งเพื่อ เปิด/ปิด หน้าจอ และยังสามารถวาดนิ้ว O เพื่อเข้าสู่โหมดกล้อง หรือ วาดนิ้วV เพื่อเข้าสู่โหมดไฟฉาย ในขณะที่ปิดหน้าจออยู่ได้อีกด้วย ถ้าใครต้องการจะต้องการจะวาดนิ้วในลักษณะอื่นการสามารถเข้าไปตั้งค่าเพิ่มเติมกันได้นะครับ ^_^


สำหรับการเล่นก็หายห่วง หมดกังวล ไร้ปัญหาใดๆทั้งสิ้น เพราะหลังจากที่ได้ลองทดสอบเล่นเกม GT Racing 2และ Dungeon Hunter 4 ขอบอกว่าลื่นไหล ไม่มีอาการสะดุดให้เห็น รัยรองว่าเพื่อนๆจะต้องเพลินไปกับ เจ้าOPPO N1 จนวางไม่ลงอย่างแน่นอนครับ


การดูหนัง วีดีโอ ก็ให้ภาพที่คมชัด สวยงามเต็มตาดี เพราะด้วยหน้าจอขนาด 5.9 นิ้ว ความละเอียดระดับ FullHDซะอย่างเรื่องนี้ก็หายห่วงได้อีกเช่นเคยจ๊ะ !!


มาปิดท้ายกันด้วยการทดสอบประสิทธิภาพความแรงของเจ้า OPPO N1 ที่หลังจากทดสอบด้วยแอพฯ Antutu Benchmark ผลคะแนนอยู่ที่ 26,381 คะแนน นับว่าทำได้ไม่เลวเลยทีเดียว พูดง่ายๆ สั้น ๆ (แร๊ง) ><

สรุป
OPPO N1 นับว่าเป็นแฟบเล็ตอีกหนึ่งตัวที่มาพร้อมกับ ลูกเล่น ฟีเจอร์ ที่หลากหลายให้เราสามารถเลือกใช้งานกันได้ตามใจชอบ ที่สำคัญกว่านั้นคือกล้องที่สามารถปรับหมุนได้สูงถึง 206 องศา ช่วยเพิ่มมุมมองการถ่ายภาพที่กว้างมากขึ้น โดยเฉพาะการถ่ายภาพด้วยกล้องหน้าที่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามไม่เป็นสองรองใครอยู่แล้ว เชื่อว่าตอนนี้OPPO N1 ต้องเข้าไปนั่งอยู่ในใจสาวๆหลายคนแล้วอย่างแน่นอน ส่วนเรื่องของสเปคหรือประสิทธิภาพของเครื่องก็อยู่ในเกณฑ์ดี พูดง่ายๆว่าเป็นแฟบเล็ตที่ครบเครื่องไม่ต้องปรุงอะไรเพิ่มกันแล้ว ส่วนราคามือถือเจ้าตัวนี้อยู่ที่ 19,990 บาท รับรองว่าคุ้มค่า คุ้มราคาอย่างแน่นอน (ฟันธง >///<)

จุดเด่น
- กล้องสามารถหมุนปรับได้ 206 องศา
- กล้องความละเอียด 13 ล้านพิกเซล ที่สามารถเป็นได้ทั้งกล้องหน้าและหลัง
- ไฟแฟลชสองดวง
- หน้าจอความละเอียด FullHD
- มีฟีเจอร์ ลูกเล่น ให้เลือกใช้งานหลากหลาย
- มีอุปกรณ์เสริมอย่างรีโมทชัตเตอร์ O-Click ที่ช่วยให้การทำงานเต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ข้อสังเกต
- ไม่สามารถเพิ่ม MicroSD Card ได้
- ไม่รองรับ 4G LTE

วันพฤหัสบดีที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2557

Promotion : ไอทีซิตี้จัด Mobility Grand Sale 2014 ตั้งแต่วันนี้จนถึง 9 ก.ค. 57

Promotion : ไอทีซิตี้จัด Mobility Grand Sale 2014 ตั้งแต่วันนี้จนถึง 9 ก.ค. 57
มาแล้วจ้าาาาาา สำหรับงาน Mobility Grand Sale 2014 ที่นำทั้ง สมาร์ทโฟน & แท็บเล็ต มาลดราคากันกระหน่ำภายในงานมีโปรโมชั่นมือถือมากมายที่สะเทือนใจคอคนไอทีอย่างเรามากกก นั้นก็คือโปรโมชั่นผ่อน 0 % นานสูงสุด 24 เดือน ว้าวววววว และสินค้าไอทีลดราคาพิเศษให้เราเลือกช็อป

อาทิเช่น Digital Camera, Printer, Notebook, Smart TV, Desktop, Monitor, Projector และ Accessories อือหื้อมากมายเยอะแยะเลย 

งานมีตั้งแต่วันที่ 26 มิถุนายน ถึงวันที่ 9 กรกฎาคม นี้ เพื่อนๆสามารถเลือกช็อปได้ที่ IT CITY และ IT CITY Mobile ทุกสาขา หรือติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.techxcite.com